ข่าวสาร/กิจกรรม
เรียนต่อเยอรมนี “ฟรี” จริงไหม? เปิดค่าใช้จ่ายจริงที่นักเรียนต่างชาติต้องรู้ในปี 2026!
เรียนต่อเยอรมนี “ฟรี” จริงไหม? เปิดค่าใช้จ่ายจริงที่นักเรียนต่างชาติต้องรู้ในปี 2026
“เรียนต่อเยอรมนี ฟรี” เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้นักเรียนไทยจำนวนมากเริ่มสนใจการเรียนต่อที่เยอรมนีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า คำว่า “ฟรี” นั้น ฟรีจริงไหม? แล้วถ้าไม่มีค่าเทอม ทำไมหลายคนยังต้องเตรียมงบหลักแสนก่อนเดินทาง?
“ฟรี” ในระบบเยอรมนี หมายถึงอะไร?
เวลาที่คนพูดว่า “เรียนเยอรมนีฟรี” จริง ๆ แล้วหมายถึง “มหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าเทอม” หรือไม่มี Tuition Fee เหมือนหลายประเทศ นั่นทำให้นักเรียนสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยคุณภาพสูงของเยอรมนีได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนหลักแสนหรือหลักล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยรัฐบาล (Public Universities) ซึ่งเป็นตัวเลือกหลักของนักเรียนต่างชาติในเยอรมนี
แล้วทำไมเยอรมนีถึงเรียนฟรีได้?
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ระบบการศึกษาของเยอรมนีมองว่า “การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน” รัฐบาลจึงสนับสนุนงบประมาณให้มหาวิทยาลัยรัฐบาลโดยตรง ทำให้นักเรียนไม่ต้องแบกรับค่าเทอมสูงเหมือนในหลายประเทศ
นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องการดึงดูดนักเรียนต่างชาติและแรงงานทักษะสูงเข้าสู่ประเทศ โดยเฉพาะในสาย STEM, IT, Engineering และ Healthcare จึงไม่น่าแปลกใจที่เยอรมนียังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ “ค่าเรียนคุ้มค่าที่สุด” ในยุโรปจนถึงปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่ ยังไม่เก็บค่าเทอมในปี 2026
แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่ในปี 2026 มหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่ในเยอรมนีก็ยังคงไม่เก็บค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักเรียนไทย
ทั้งในระดับ:
- ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree)
- ปริญญาโท (Master’s Degree)
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเยอรมนีกลายเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในยุโรปแบบประหยัดงบ
แต่ไม่ใช่ “ทุกมหาวิทยาลัย” ที่ฟรี
แม้ภาพรวมส่วนใหญ่จะยังเรียนฟรีอยู่ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มมีบางรัฐและบางมหาวิทยาลัยที่เก็บค่าเทอมสำหรับนักศึกษานอก EU เพิ่มขึ้น ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือรัฐ Baden-Württemberg ซึ่งเก็บค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติประมาณ €1,500 ต่อเทอม รวมถึงบางมหาวิทยาลัยในรัฐ Bavaria เช่น Technical University of Munich (TUM) ที่เริ่มเก็บค่าเทอมสำหรับนักศึกษานอก EU ในบางหลักสูตรแล้วเช่นกัน

ถ้าไม่มีค่าเทอม แล้วนักเรียนต้องจ่ายอะไรบ้าง?
แม้มหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่จะไม่เก็บค่าเทอม แต่ในความเป็นจริง นักเรียนต่างชาติยังคงต้องเตรียมงบประมาณสำหรับการใช้ชีวิตและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ระหว่างเรียน
1. ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัย (Semester Contribution)
ถึงแม้จะไม่มี Tuition Fee แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังมี “ค่าธรรมเนียมรายเทอม” หรือ Semester Contribution
โดยทั่วไปอยู่ประมาณ €150–€350 ต่อเทอม ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและเมืองที่เรียน
ค่าธรรมเนียมส่วนนี้มักรวม:
- ค่าบริหารมหาวิทยาลัย
- ค่าบริการนักศึกษา
- Student Union
- และในหลายเมืองยังรวมบัตรโดยสารสาธารณะสำหรับนักศึกษาอีกด้วย
ดังนั้น แม้จะไม่ใช่ค่าเทอมโดยตรง แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่นักเรียนทุกคนต้องจ่าย
2. ค่าครองชีพ
ในปี 2026 นักเรียนควรเตรียมงบประมาณเฉลี่ยประมาณ €850–€1,300 ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับเมืองที่อาศัยอยู่
ค่าใช้จ่ายรายเดือนส่วนใหญ่จะมาจาก:
- ค่าที่พัก
- ค่าอาหาร
- ค่าเดินทาง
- ค่าอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั่วไป
ดังนั้น ต่อให้มหาวิทยาลัยฟรี แต่การวางแผนเรื่องค่าครองชีพก็ยังสำคัญมาก
3. ประกันสุขภาพ
เยอรมนีกำหนดให้นักเรียนทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ และถือเป็นเอกสารสำคัญทั้งตอนสมัครมหาวิทยาลัยและยื่นวีซ่า สำหรับนักเรียนอายุต่ำกว่า 30 ปี ค่าใช้จ่ายจะอยู่ประมาณ €110–€140 ต่อเดือน
แม้หลายคนอาจมองข้าม แต่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็น “ค่าใช้จ่ายบังคับ” ที่ต้องรวมไว้ในงบประมาณตั้งแต่แรก
4. Blocked Account
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนเพิ่งรู้ตอนเริ่มสมัครเรียน คือเรื่องของ Blocked Account
นักเรียนต่างชาติต้องแสดงหลักฐานการเงินก่อนขอวีซ่า โดยในปี 2026 จำนวนที่ใช้โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ €11,904 ต่อปี เงินจำนวนนี้จะถูกฝากไว้ในบัญชี และสามารถทยอยถอนออกมาใช้ได้เดือนละจำนวนที่กำหนด แม้เงินส่วนนี้จะยังเป็นของนักเรียนเอง แต่ก็ถือเป็นงบที่ต้องเตรียมไว้ก่อนเดินทาง
5. ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง
ก่อนเริ่มเรียนจริง ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่คนมักลืมคำนวณ เช่น:
- ค่าวีซ่า
- ค่าแปลเอกสาร
- ค่าสอบภาษา
- ค่าตั๋วเครื่องบิน
- Blocked Account

สรุป: เรียนเยอรมนีในปี 2026 ยัง “คุ้ม” อยู่ไหม?
แม้ปัจจุบันจะมีบางมหาวิทยาลัยเริ่มเก็บค่าเทอมสำหรับนักศึกษานอก EU มากขึ้น แต่ภาพรวมของเยอรมนีก็ยังถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ เพราะมหาวิทยาลัยรัฐบาลจำนวนมากยังคงไม่เก็บค่าเทอม และคุณภาพการศึกษาของเยอรมนีก็ยังได้รับการยอมรับในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า “เรียนฟรี” ไม่ได้หมายถึง “ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย” หากเตรียมตัวและวางแผนดี เยอรมนีก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการเรียนต่อของนักเรียนไทยในปี 2026