ข่าวสาร/กิจกรรม
เรียนภาษาเยอรมันที่ไทยก่อน หรือไปเรียนที่เยอรมนีเลย? แบบไหนดีกว่ากัน?
สำหรับคนที่กำลังวางแผนเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มหาข้อมูลคือ “ควรเรียนภาษาเยอรมันที่ไทยก่อน หรือไปเรียนที่เยอรมนีเลย?”
หลายคนอยากไปเรียนที่เยอรมนีตั้งแต่ระดับเริ่มต้น เพราะเชื่อว่าการได้อยู่ในประเทศเจ้าของภาษาจะช่วยให้พัฒนาภาษาได้เร็วกว่า ขณะที่อีกหลายคนเลือกเรียนพื้นฐานที่ประเทศไทยก่อน แล้วค่อยเดินทางเมื่อมีความพร้อมมากขึ้น ซึ่งทั้งสองแนวทางสามารถพาไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ แต่ก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
ระดับภาษา แต่ละระดับแตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนตัดสินใจว่าจะเรียนที่ประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนี ลองทำความเข้าใจระดับภาษาเยอรมันแต่ละระดับก่อน เพราะแต่ละช่วงมีเป้าหมายการเรียนที่แตกต่างกัน การเรียนภาษาเยอรมันใช้กรอบมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาในหลายประเทศของยุโรป
สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเยอรมนี เส้นทางการเรียนที่พบได้บ่อย คือ A1-A2 ที่ประเทศไทย → B1-C1 ที่ประเทศเยอรมนี
แม้จะไม่ใช่ข้อกำหนดสำหรับทุกคน แต่เป็นแนวทางที่ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ เพราะช่วยแบ่งช่วงของการสร้างพื้นฐานภาษาและการพัฒนาทักษะได้อย่างเป็นลำดับ
ระดับ A1-A2: สร้างพื้นฐานภาษา
A1 และ A2 เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนภาษาเยอรมันจากศูนย์ โดยเนื้อหาจะเน้นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการสื่อสาร เช่น
- การออกเสียง
- คำศัพท์ในชีวิตประจำวัน
- การผันคำกริยา
- เพศของคำนาม
- การเรียงประโยค
- บทสนทนาพื้นฐาน
เมื่อเรียนถึงระดับ A2 ผู้เรียนส่วนใหญ่จะสามารถสื่อสารในสถานการณ์ทั่วไปได้ เช่น แนะนำตัว ซื้อของ สั่งอาหาร ถามเส้นทาง หรือทำธุระในชีวิตประจำวัน
ระดับ B1-B2: พัฒนาทักษะการใช้ภาษา
เมื่อมีพื้นฐานแล้ว บทเรียนจะเริ่มเน้นการใช้ภาษามากขึ้น ผู้เรียนจะได้ฝึกทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียนในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น
- แสดงความคิดเห็น
- อธิบายเหตุผล
- อ่านบทความหรือข่าว
- เขียนเรียงความ
- พูดคุยในหัวข้อที่ซับซ้อนมากขึ้น
ระดับ B1 และ B2 จึงเป็นช่วงที่หลายคนเลือกเดินทางไปเรียนที่เยอรมนี เพราะนอกจากจะเรียนในห้องเรียนแล้ว ยังสามารถนำภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที
ระดับ C1: เตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
C1 เป็นระดับที่ใช้ภาษาในเชิงวิชาการได้มากขึ้น ผู้เรียนจะสามารถ
- อ่านตำราและบทความวิชาการ
- เขียนรายงานหรือเรียงความ
- ฟังการบรรยาย
- อภิปรายในหัวข้อที่ซับซ้อน
- ใช้ภาษาในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
สำหรับหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเยอรมัน มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำหนดให้ผู้สมัครมีผลสอบภาษาเยอรมันที่เทียบเท่าระดับ C1 เช่น TestDaF, DSH หรือ telc Deutsch C1 Hochschule อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดด้านภาษาอาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละหลักสูตร จึงควรตรวจสอบรายละเอียดจากเว็บไซต์ของสถาบันที่ต้องการสมัครโดยตรง
ทำไมหลายคนถึงเลือกเรียน A1-A2 ที่ประเทศไทยก่อน?
สำหรับคนที่เริ่มเรียนภาษาเยอรมันจากศูนย์ การเริ่มต้นที่ประเทศไทยเป็นแนวทางที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่วางแผนเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเยอรมนี
เหตุผลไม่ได้เป็นเพราะการเรียนที่ประเทศไทย “ดีกว่า” การเรียนที่เยอรมนี แต่เป็นเพราะช่วง A1-A2 เป็นช่วงของการสร้างพื้นฐานภาษา ซึ่งไม่ว่าจะเรียนที่ประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนี ผู้เรียนก็ยังต้องทำความเข้าใจหลักไวยากรณ์ คำศัพท์ และโครงสร้างประโยคเหมือนกัน หลายคนจึงเลือกสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยไปต่อยอดการใช้ภาษาในประเทศเจ้าของภาษา
1. A1-A2 คือช่วงที่ต้อง “ปูพื้นฐาน” ของภาษา
ผู้เรียนที่เริ่มจากศูนย์จะต้องทำความเข้าใจเรื่องพื้นฐานหลายด้าน เช่น
- การออกเสียง
- การผันคำกริยา
- เพศของคำนาม
- การเรียงประโยค
- คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
- การสนทนาในสถานการณ์พื้นฐาน
เนื้อหาในระดับนี้เน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของภาษาเป็นหลัก จึงต้องอาศัยการฝึกฝนและการทบทวนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเรียนที่ประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนี เป้าหมายของระดับ A1 และ A2 ก็ยังคงเหมือนกัน คือการสร้างพื้นฐานให้พร้อมสำหรับการเรียนในระดับที่สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่วางแผนเรียนต่อจำนวนไม่น้อยจึงเลือกเริ่มเรียน A1-A2 ที่ประเทศไทยก่อน แล้วจึงเดินทางไปเรียนต่อระดับ B1-C1 ที่ประเทศเยอรมนี
2. ช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่าในช่วงเริ่มต้น
การเดินทางไปเรียนภาษาที่เยอรมนีตั้งแต่ช่วงแรก นอกจากค่าเรียนแล้ว ยังต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตอีกหลายด้าน เช่น
- ค่าที่พัก
- ค่าอาหาร
- ค่าเดินทาง
- ประกันสุขภาพ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
สำหรับหลายคน การเริ่มเรียนที่ประเทศไทยก่อนจึงเป็นช่วงที่ช่วยวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น เพราะยังไม่ต้องรับภาระค่าครองชีพในต่างประเทศทันที เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทาง ก็สามารถเตรียมงบประมาณสำหรับการใช้ชีวิตในเยอรมนีได้รอบคอบมากขึ้น
3. มีเวลาเตรียมตัวเรื่องเรียนต่อไปพร้อมกัน
การเตรียมตัวเรียนต่อไม่ได้มีเพียงเรื่องภาษาเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องวางแผนควบคู่กัน เช่น
- เลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตร
- ศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัคร
- เตรียมเอกสารสมัครเรียน
- วางแผนการเงิน
- ศึกษาเมืองที่จะไปเรียน
- หาที่พัก
- เตรียมเอกสารสำหรับการขอวีซ่า
การเรียนภาษาในประเทศไทยจึงเป็นช่วงเวลาที่สามารถค่อย ๆ เตรียมความพร้อมในด้านอื่นไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องจัดการทุกอย่างหลังเดินทางถึงเยอรมนี
4. มีพื้นฐานภาษาก่อนเดินทาง ช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าการขอวีซ่าเรียนภาษาของเยอรมนีจะไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครทุกคนต้องมีภาษาเยอรมันระดับ A1 หรือ A2 ก่อนยื่นคำขอ แต่การมีพื้นฐานภาษาก็ช่วยให้การใช้ชีวิตในช่วงแรกสะดวกขึ้น แม้ว่าหลายพื้นที่ในเยอรมนีจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่ในชีวิตประจำวันก็ยังมีหลายสถานการณ์ที่การสื่อสารด้วยภาษาเยอรมันช่วยให้เข้าใจและจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้สะดวกกว่า
เลือกเดินทางไปเรียนต่อระดับ B1-C1 ที่ประเทศเยอรมนี
เหตุผลสำคัญคือ เมื่อเข้าสู่ระดับกลางและระดับสูง การพัฒนาภาษาไม่ได้อาศัยเพียงการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังอาศัยการนำภาษาไปใช้ในสถานการณ์จริงควบคู่กันด้วย การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาหลัก จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนเลือกเดินทางในช่วงนี้
1. ได้ใช้ภาษาเยอรมันทุกวัน
ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดของการเรียนภาษาในเยอรมนี คือผู้เรียนมีโอกาสใช้ภาษาเยอรมันตลอดทั้งวัน ไม่ใช่เฉพาะช่วงเวลาเรียน การใช้ภาษาในสถานการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกการฟัง การพูด และการโต้ตอบในบริบทที่หลากหลาย ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญเมื่อเรียนในระดับ B1 ขึ้นไป
2. การเรียนในห้องเรียนและการใช้ชีวิตช่วยส่งเสริมกัน
เมื่อเรียนถึงระดับ B1 หรือ B2 เนื้อหาจะเริ่มซับซ้อนมากขึ้น ผู้เรียนไม่ได้ฝึกเพียงการจำคำศัพท์หรือหลักไวยากรณ์ แต่ต้องนำภาษาไปใช้ในการสื่อสารจริง เมื่อเรียนในเยอรมนี สิ่งที่เรียนในห้องสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตก็ช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น ผู้เรียนหลายคนจึงมองว่าการเรียนและการใช้ชีวิตเป็นส่วนที่ช่วยเสริมกัน มากกว่าจะเป็นสองเรื่องที่แยกจากกัน
3. ได้คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตก่อนเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย
สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายเรียนต่อ การเดินทางไปเรียนภาษาก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ยังเป็นช่วงเวลาสำหรับการปรับตัวกับการใช้ชีวิตในประเทศใหม่ เช่น
- การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
- การเปิดบัญชีธนาคาร
- การจัดการเอกสารต่าง ๆ
- การทำความเข้าใจกฎระเบียบหรือขั้นตอนของหน่วยงานในเยอรมนี
- การใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนจากหลากหลายประเทศ
การคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเปิดภาคเรียน อาจช่วยให้ผู้เรียนสามารถโฟกัสกับการเรียนในมหาวิทยาลัยได้มากขึ้นเมื่อเริ่มหลักสูตร
4. เตรียมตัวสอบวัดระดับภาษา
ผู้ที่ต้องการสมัครเรียนในหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเยอรมัน มักต้องยื่นผลสอบวัดระดับภาษา ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น
- TestDaF
- DSH
- telc Deutsch C1 Hochschule
แม้ว่าการสอบแต่ละประเภทจะมีรูปแบบและเกณฑ์แตกต่างกัน แต่ล้วนประเมินทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนในระดับที่สามารถใช้เรียนในมหาวิทยาลัยได้ การเรียนภาษาในเยอรมนีจึงเป็นช่วงที่หลายคนใช้เตรียมตัวสำหรับการสอบเหล่านี้ควบคู่ไปกับการพัฒนาภาษา
C1 จำเป็นสำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือไม่?
หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยคือ “ถ้าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเยอรมนี จำเป็นต้องมีภาษาเยอรมันระดับ C1 หรือไม่?”
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน
หากสมัครหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเยอรมัน มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำหนดให้ผู้สมัครมีความสามารถทางภาษาในระดับ C1 หรือผลสอบที่เทียบเท่า เช่น TestDaF, DSH หรือ telc Deutsch C1 Hochschule อย่างไรก็ตาม แต่ละมหาวิทยาลัยอาจกำหนดคะแนนหรือผลสอบที่ยอมรับแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัครโดยตรง
ในทางกลับกัน หากสมัครหลักสูตรนานาชาติที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ หลายหลักสูตรอาจไม่ได้กำหนดให้ผู้สมัครมีผลสอบภาษาเยอรมัน แต่จะใช้ผลสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL แทน ดังนั้น ก่อนวางแผนเรียนภาษา ควรตรวจสอบว่าหลักสูตรที่สนใจใช้ภาษาใดในการเรียนการสอน และกำหนดคุณสมบัติด้านภาษาไว้อย่างไร
ตัวอย่างแผนการเรียนที่พบได้บ่อย
แม้แต่ละคนจะมีเป้าหมายและระยะเวลาต่างกัน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเยอรมนี แผนการเรียนที่พบได้บ่อยมีลักษณะดังนี้
ช่วงที่ 1: เรียน A1-A2 ที่ประเทศไทย
ระยะนี้มุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานภาษา พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง เช่น
- เรียนภาษาเยอรมันระดับ A1 และ A2
- ศึกษามหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สนใจ
- วางแผนงบประมาณ
- เตรียมเอกสารสมัครเรียน
- เตรียมเอกสารสำหรับการขอวีซ่า
- ศึกษาเมืองที่จะไปเรียนและหาที่พัก
เมื่อมีพื้นฐานภาษาและเตรียมความพร้อมด้านอื่นเรียบร้อยแล้ว จึงวางแผนเดินทางไปประเทศเยอรมนี
↓
ช่วงที่ 2: เรียน B1-C1 ที่ประเทศเยอรมนี
หลังเดินทางถึงเยอรมนี ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยเลือกเรียนภาษาอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับ C1 พร้อมกับใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน
ในช่วงนี้ ผู้เรียนมัก
- เรียนภาษาในโรงเรียนสอนภาษา
- ฝึกใช้ภาษาเยอรมันนอกห้องเรียน
- เตรียมสอบวัดระดับภาษา
- ศึกษาขั้นตอนการสมัครมหาวิทยาลัย
- สมัครเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์
แผนการเรียนนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่พบได้บ่อย ไม่ใช่เส้นทางที่ทุกคนจำเป็นต้องทำตาม ผู้เรียนสามารถปรับให้เหมาะกับเป้าหมาย งบประมาณ และระยะเวลาของตนเองได้
สรุป: ควรเรียนภาษาเยอรมันที่ไทยก่อน หรือไปเรียนที่เยอรมนีเลย?
- หากเพิ่งเริ่มเรียนภาษาเยอรมัน หลายคนเลือกเรียน A1-A2 ที่ประเทศไทย เพื่อสร้างพื้นฐานภาษาและเตรียมตัวก่อนเดินทาง
- เมื่อมีพื้นฐานแล้ว หลายคนเลือกเรียนต่อ B1-C1 ที่ประเทศเยอรมนี เพื่อฝึกใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน และเตรียมความพร้อมก่อนสมัครเข้ามหาวิทยาลัย
- หลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเยอรมันของมหาวิทยาลัยหลายแห่งกำหนดให้ผู้สมัครมีความสามารถทางภาษาในระดับ C1 หรือผลสอบภาษาเยอรมันที่เทียบเท่า แต่ข้อกำหนดอาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละหลักสูตร
- ไม่มีแนวทางที่เหมาะกับทุกคน การเลือกเรียนที่ประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนีควรพิจารณาจากเป้าหมาย งบประมาณ ระยะเวลา และเงื่อนไขของหลักสูตรที่ต้องการสมัคร